รีวิวหนัง INCANTATION

ชื่อเรื่องINCANTATION
เรตติ้ง6
นักแสดงHsuan-yen Tsai
จำนวนตอน1.50 ชั่วโมง

รีวิวหนัง INCANTATION

รีวิวหนัง INCANTATION ภาพยนตร์แนวสยองขวัญจากไต้หวันที่เลียนแบบ THE BLAIR WITCH PROJECT ภาพยนตร์แนวสยองขวัญนั้นแม้ว่าจะเน้นการนำเสนอความน่ากลัวเป็นหลักแต่ก็มีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างออกไปได้มากกว่าการเล่าเรื่องราวตามปกติ อย่างเช่นภาพยนตร์เรื่อง THE BLAIR WITCH PROJECT ที่เล่าเรื่องราวผ่านกล้องวีดีโอแบบมือถือทำให้เราได้รับประสบการณ์เหมือนกับได้เข้าไปล่าท้าผีกับคนกลุ่มนั้นด้วย หรือจะเป็นภาพยนตร์อย่างร่างทรงที่เน้นเล่าเรื่องราวแบบสารคดีที่ถ่ายเรียนแบบเหมือนกับของจริง อะไรที่ยิ่งใกล้เคียงความเป็นจริงยิ่งสามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้รับชมได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

หลังจากนั้นเราก็จะเห็นภาพยนตร์แนวนี้ออกมามากมายไม่มีที่สิ้นสุด อย่างเช่นที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านฟุตเทจกล้องให้เหมือนกับถ่ายจากเหตุการณ์จริงเช่นเดียวกันนั่นก็คือ INCANTATION ภาพยนตร์แนวสยองขวัญจากไต้หวันที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ภาพยนตร์แนวสยองขวัญจากไต้หวันส่วนใหญ่แล้วมักทำออกมาได้ค่อนข้างดี จึงมีความคาดหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำออกมาได้ดีด้วย 

หนัง สยอง ขวัญ เข้า ใหม่

สิ่งที่สามารถเรียกความสนใจให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการนำเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่อง ดูเหตุการณ์จริงนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมาในเมืองเกาสง มีครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกทั้งหมด 6 คนอ้างว่าถูกเทพเข้าสิงร่างจนทำให้พฤติกรรมของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มมีการทำร้ายร่างกายกันเอง กินน้ำผสมขี้เถ้าดำรงชีวิตอยู่เป็นเดือน หลังจากที่ทุกคนได้สติลูกสาวคนโตก็ป่วยหนักและเสียชีวิตลง ทำให้คนในครอบครัวถูกต้องข้อหาละเลยจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ยิ่งสามารถเพิ่มความน่ากลัวและความน่าสนใจให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มากขึ้นกว่าเดิม 

อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอให้เราเห็นผีหรือสิ่งสยองขวัญแบบจังๆ แต่อย่างใด แต่จะเน้นเราไปถึงบรรยากาศความน่ากลัวและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถหาคำตอบได้คล้ายกับภาพยนตร์เรื่องร่างทรง หากใครที่กลัวอะไรประมาณนี้ก็น่าจะสนุกกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง INCANTATION

INCANTATION จะเล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่ารั่วหนาน เธอเป็นหญิงสาวต้องคำสาปหลังจากที่เธอได้เข้าร่วมพิธีกรรมแปลกประหลาดและเดินเข้าไปภายในอุโมงต้องห้ามของครอบครัวแฟนหนุ่มในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมานี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวเธอเป็นเพียงคนเดียวในครอบครัวที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้

แต่เหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนั้นก็ทำให้เธอเป็นผู้ป่วยทางจิตและยังต้องพลัดพรากจากลูกสาวอีกด้วย เธอพยายามรักษาตัวอยู่นานจนมีอาการดีขึ้นจึงได้ไปรับลูกสาวกลับมาเลี้ยงด้วยตนเองอีกครั้ง แต่ฝันร้ายยังไม่จบแต่อย่างใดเพราะเหตุการณ์แปลกประหลาดเมื่อ 6 ปีที่แล้วกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เธอจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ลูกสาวปลอดภัยให้สำเร็จ ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์เรื่อง INCANTATION

INCANTATION เป็นภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นตรงการเล่าเรื่องตามสไตล์ฟาวน์ฟุตเทจ เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านกล้องวีดีโอที่ตัวละครถือด้วยตัวเองหรือแม้แต่การเล่าเรื่องผ่านกล้องวงจรปิด นำเอามาต่อกันแบบไม่มีการลำดับขั้นเวลา ซึ่งแน่นอนว่ามันจะตามมาด้วยความสับสนสำหรับผู้รับชมอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามถือว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างดีมันจึงช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ความสับสนเล็กๆ ที่เกิดขึ้นนั้นจะช่วยเพิ่มความหวาดกลัวให้กับผู้รับชมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นมันยังทำให้เรารู้สึกเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว เวลาที่ตัวละครต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายเราเลยรู้สึกเหมือนกับอยู่ในสถานการณ์นั้นไปด้วย 

ภาพยนตร์จะเปิดฉากมาด้วยการให้ตัวละครเอกอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและยังแนะนำอย่างละเอียดอีกด้วยว่าจะต้องทำอะไรต่อไป ซึ่งมันสามารถกระตุ้นความอยากรู้อยากลองของผู้รับชมได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นฉากสยองขวัญก็จะโผล่มาแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ประหลาดหรือแม้แต่ฉากตุ้งแช่ก็ตาม สามารถสร้างความน่ากลัวได้อย่างถึงขีดสุดแม้ว่าตลอดทั้งเรื่องจะมีผีปรากฏตัวออกมาแค่ครั้งเดียวและเห็นเพียงแค่มือเท่านั้นก็ตาม แต่ภาพยนตร์จะเล่นกับความกลัวในด้านอื่นของผู้รับชมด้วยไม่ว่าจะเป็นการกลัวรู แมลง เลือด ฟัน พิธีกรรมสยองขวัญ พฤติกรรมแปลกประหลาดของมนุษย์ 

ในส่วนของการนำเสนอนอกจากงานภาพที่ทำออกมาได้ดีแล้วเสียงประกอบเองก็ยังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้รับชมมากขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วยโดยเฉพาะบทสวดคอในช่วงเริ่มต้นของภาพยนตร์ที่ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงความลึกลับและมนต์ขลังที่ไม่ควรไปยุ่งด้วยสักเท่าไหร่  

สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือถึงแม้ว่าจะจัดเต็มเกี่ยวกับความน่ากลัวแต่สำหรับคนที่รับชมภาพยนตร์แนวสยองขวัญมาเยอะแล้วก็จะทำให้รู้สึกเบื่อได้เนื่องจากมันไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากที่ผ่านมาแต่อย่างใด ภาพยนตร์ใช้เวลาในการเล่าเรื่องยาวเกินไปในฉากที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดออกไปเลยก็ได้ มีความพยายามยัดความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกเข้ามาแต่สุดท้ายแล้วก็ดูเหมือนเป็นการเพิ่มดราม่าโดยใช่เหตุมากกว่า 

ตัวอย่างหนัง INCANTATION

รีวิว หนัง INCANTATION บางส่วนจาก beartai

หนังเรื่องนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังทำเงินสูงสุดในปี 2022 และยังครองแชมป์หนังสยองขวัญที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในไต้หวัน แน่นอนว่าหนังผี-หนังสยองขวัญที่ปลุกความกลัวในใจคน ยิ่งเข้าถึงความกลัวที่เป็นสากลได้มากเท่าไร ก็ยิ่งจะตรึงหัวใจผู้ชมหมู่มากได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น และหนังที่ประสบความสำเร็จเชิงรายได้สูงเรื่องนี้ก็เช่นกัน เหมือนว่าผู้กำกับ เค่อเหมิ่งหรง (Kevin Ko) ที่เคยเดบิวต์อาชีพด้วยหนังสยองขวัญเกรดบีอย่าง ‘Invitation Only’ (2009) ก่อนจะพักไปทำหนังแนวโรแมนติกอยู่หลายเรื่อง ได้กลับไปทำการบ้านมาอย่างดีว่าคนมักจะกลัวอะไรและเลือกผสมมันมาใช้ได้อย่างชาญฉลาดทีเดียว

หนังเรื่องนี้ก็นำความสับสนคลุมเครือมาใช้ได้อย่างดี ตั้งแต่ฉากเปิดที่อิงเรื่องการรับรู้แบบวิทยาศาสตร์ว่าเราอาจตีความภาพที่เห็นได้หลายแบบ แล้วโยงเข้าสู่เรื่องเหนือธรรมชาติว่าเหล่าความเชื่อเองก็สามารถถูกมองได้หลายแง่มุมเช่นกัน เป็นการดึงผู้ชมที่เชื่อในวิทยาศาสตร์ค่อย ๆ กลืนไปกับเรื่องเหนือธรรมชาติและสับสนต่อความจริงที่รับรู้ไปพร้อมกันด้วย

และแม้จะเปิดมาแต่ต้นว่าสิ่งต่าง ๆ ที่จะได้ดูต่อไปนั้นคือเรื่องราวที่ตัวเอกอย่าง หลี่รั่วหนาน ได้เผชิญมานานแล้วและเป็นผลพวงจากประสบการณ์ล่าท้าผีกับเพื่อนในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็ตาม ทว่าหนังก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากมายนัก เพียงแต่ความรุนแรงของภาพที่อัดกระหน่ำมาให้รู้สึกว่ามันซีเรียสขนาดไหน และการเลือกตัดสลับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่เธอพร่ำพูดราวถูกผีสิงอยู่หน้ากล้อง กับอดีตไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่เธอรับลูกสาวมาอยู่ด้วยกันหลังจากพรากกันไปด้วยเหตุผลบางอย่าง และก็ยังตัดสลับกับอดีตเมื่อ 6 ปีก่อนที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่หมู่บ้านในชนบท

ด้วยข้อจำกัดการรับรู้ที่ไม่ลำดับเวลา ข้อมูลที่ตัวเอกไม่ทราบหรือไม่บอก รวมถึงการรับรู้ผ่านเรื่องราวทั้งหมดผ่านกล้องวิดีโอแฮนดี้แคมที่ถูกใช้บันทึกภาพการล่าท้าผี และโฮมวิดีโอที่รั่วหนานอยากเก็บความทรงจำกับลูกสาวเอาไว้ ทำให้ผู้ชมไม่สามารถรับรู้เรื่องราวเมื่อกล้องไม่ได้บันทึกแต่เกิดขึ้นอยู่เช่นกันได้ เหล่านี้ล้วนเล่นต่อจิตใจคนที่ไม่เข้าใจต่อเหตุการณ์ และเมื่อเจอสถานการณ์พิธีกรรมที่ไม่มีคำอธิบายและเกินตรรกะทั่วไปก็ถือเป็นจุดสำคัญที่ความไม่เข้าใจสร้างความกลัวที่หนังต้องการพาไปให้ถึง

ความกลัวต่อสิ่งที่ไม่เข้าใจนี้ยังเกี่ยวเนื่องถึงตัวคาถาที่ตัวละครพร่ำสวดตลอดเรื่องด้วยเสียงที่ไม่เป็นภาษา และโทนต่ำดูน่ากลัว ทั้งยังเป็นกลลวงที่หนังตั้งใจนำมาใช้เฉลยเพื่อสร้างความขนหัวลุกในตอนท้ายด้วย

หนังจงใจใช้โรคกลัวที่พบว่ามีคนเป็นค่อนข้างมาก ซึ่งจะมีอาการมากน้อยก็แล้วแต่คน ทั้งอาการกลัวรู (Trypophobia) ที่นำมาใช้เป็นอาการของการถูกคำสาปอย่างรุนแรงจนผิวหนังพรุนเป็นรังผึ้ง หรืออาการกลัวที่แคบ (Claustrophobia) ที่เราต้องติดตามตัวละครเข้าไปสำรวจอุโมงค์ต้องห้ามขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีแง่มุมของความกลัวอื่น ๆ อีกทั้งความกลัวต่อสิ่งที่ไม่มีใบหน้า กลัวการถูกจ้องมอง กลัวความมืด กลัวตุ๊กตา กลัวภาพความตาย ศพ หรือความกลัวจากสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดเดาเช่น อุบัติเหตุ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสมองของบางคนและยากที่จะสะกดกั้นได้ ซึ่งผู้สร้างก็วางไว้เป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างฉากต่าง ๆ ขึ้นมา

ความสมจริงที่ทำให้คนดูรู้สึกว่าน่าจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้รวมถึงตัวเราเอง หนังใช้ปมความสัมพันธ์ที่เข้าใจได้ไม่ยาก ความรักของแม่ที่มีต่อลูกน่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าการกระทำที่เกิดจากความรักนี้ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลรองรับ ก้ช่วยสร้างความเชื่อให้ผู้ชมมากขึ้น

นอกจากนี้ตัวหนังยังอ้างว่าสร้างขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่งในเมืองเกาสงของไต้หวันเมื่อปี 2005 ด้วย เมื่อใดที่หนังอ้างว่าอิงจากเรื่องจริงหนังเรื่องนั้นก็มักจะได้แต้มต่อพิเศษในการสร้างความเชื่อต่อผู้ชมขึ้นมา แม้มันจะเต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่ไม่ได้พบในชีวิตประจำวัน แต่ความไร้เหตุผลนั้นมันก็จะมีน้ำหนักมากขึ้นเพราะมันถือว่าเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

และน่าสนใจว่าสำหรับผู้ชมชาวไทย ผี หรือ เทพ ในเรื่องนั้นก็ดูคุ้นเคยจากวัฒนธรรมร่วมของจีน แถมยังอิงว่ามีพื้นฐานความเชื่อแนวลัทธิจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยก็ยิ่งทำให้ผีนั้นยิ่งใกล้ชิดเรามากขึ้น ซึ่งหนังไต้หวันก็มองเห็นจุดแข็งของผีจากโซนบ้านเรา ที่เต็มไปด้วยความขลัง และความยากอธิบายมาแล้ว อย่างใน ‘The Rope Curse 2’ (2020) ที่อ้างถึง พรายมหาภูต วิญญาณที่ร้ายที่สุดในประเทศไทย (ตามที่หนังอ้าง) เป็นต้น จริง ๆ ถ้าผลักดันจุดแข็งนี้ออกไปอีกก็เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่น่าสนใจ อย่างน้อยก็ในตลาดไต้หวันหรือเอเชียด้วยกัน

น่าสนใจว่าหนังเรื่องนี้สามารถผสมระหว่างการถือกล้องถ่ายที่สั่นไหว และการตั้งกล้องนิ่งเพื่อให้เห็นภาพกว้างของเหตุการณ์ได้อย่างเหมาะสม โดยให้เห็นว่าตัวละครเป็นผู้ตั้งกล้องเองทำให้ผู้ชมไม่ข้องใจในที่มาของมุมกล้องต่าง ๆ แม้ว่าความเป็นจริงหลายมุมกล้องที่เกิดขึ้นผู้สร้างก็แอบโกงไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ถ่ายอยู่เช่นกัน แต่ก็เพื่อให้การเล่าเรื่องราบรื่นนั่นเอง ที่เราไม่ได้เอะใจมากก็เพราะส่วนอื่น ๆ ของเรื่องมันช่วยดึงความสนใจเราออกไปได้อยู่

beartai

รีวิวหนัง/ซีรีส์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

37 - 4 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า