ชื่อเรื่อง Clifford the Big Red Dog
เรตติ้ง 6.0
นักแสดง Jack Whitehall,Darby Camp
จำนวนตอน 1.36 ชั่วโมง

รีวิวหนัง Clifford the Big Red Dog

รีวิวหนัง Clifford the Big Red Dog ภาพยนตร์ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวที่ผู้คนหันมานิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 มีคนจำนวนมากมาว่าท่านตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบให้ผู้คนคงจะไม่หาภาระมาเพิ่มเติมจนทำให้ต้องเสียใช้จ่ายมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นการเลี้ยงสัตว์ แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายไหวและรู้สึกว่าการต้องอยู่คนเดียวตามลำพังในช่วงที่จะต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่ว่าจะการเรียนหรือทำงานก็ต้องทำแบบออนไลน์อยู่ที่บ้านได้ตัดสินใจซื้อสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงเพื่อแก้เหงาและคอยเป็นเพื่อนตอนที่เราอยู่ในบ้าน

มันจึงเป็นช่วงเวลาที่หลายคนนั้นได้สัมผัสกับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น สำหรับคนเลี้ยงสัตว์แล้วสัตว์เลี้ยงสำหรับพวกเรานั้นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงเอาไว้เพื่อเพิ่มความเพลิดเพลิน แต่พวกมันเปรียบเสมือนกับหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวที่เราทั้งรักและต้องดูแลเอาใจใส่ให้พวกมันมีทั้งสุขภาพกายใจที่สมบูรณ์ เป็นความรักที่บริสุทธิ์และไม่มีเงื่อนไขอะไรมาขวางกั้น หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงวันนี้เราจึงอยากจะแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Clifford the Big Red Dog มันเป็นภาพยนตร์หมายที่ออกฉายท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ทำให้การโปรโมทโดยกระแสอาจจะไม่ได้บูมเท่าที่ควร แต่ก็เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นับว่าเป็นน่าเสียดายเป็นอย่างมากเพราะเป็นภาพยนตร์ที่ดีแต่ถูกผลกระทบจากเชื้อไวรัส covid-19 จนทำให้ไม่สามารถใช้ในโรงภาพยนต์ได้เป็นระยะเวลานานจนถึงขั้นเคยประกาศว่าจะไม่ฉายในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมากขึ้นสุดท้ายพวกเขาก็ได้ตัดสินใจนำเอาภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง และสามารถทำคะแนนบนเว็บไซต์ imdb ไปมากกว่า 55 เต็ม 100 สำหรับนักวิจารณ์ และสำหรับประชาชนทั่วไปได้คะแนนไปกว่า 6 เต็ม 10 

เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงโดยผสมผสานความแฟนตาซีและความอบอุ่นซาบซึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางระหว่างสัตว์เลี้ยงรวมไปถึงคนในครอบครัว เป็นการนำเอาหนังสือนวนิยายเด็กยอดนิยมในชื่อเดียวกันมานำเสนอในรูปแบบของภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เรื่องราวของเจ้าสุนัขตัวยักษ์สีแดงจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามรับชมกันในภาพยนตร์ 

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Clifford the Big Red Dog

Clifford the Big Red Dog เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องราวของลูกสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่มีชื่อว่าคลิฟฟอร์ด เขานั้นมีความพิเศษตรงที่เกิดมาก็มีตัวสีแดงไม่เหมือนกับสุนัขธรรมดาทั่วไป เขาเป็นเพียงลูกสุนัขแค่ตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถรอดจากเทศบาลมาได้แต่มันก็ทำให้เขาต้องเสียครอบครัวไป แต่โชคดีที่เขานั้นได้พบกับผู้วิเศษคอยรับเลี้ยงและจะส่งมอบเขาให้กับเจ้าของคนใหม่ 

ในวันหนึ่งเด็กหญิงอย่างเอมิลี่ก็ได้เดินทางมายังร้านขายสัตว์วิเศษ เธอนั้นสะดุดตากับเจ้าลูกสุนัขสีแดงและได้ถามผู้วิเศษว่ามันจะโตขึ้นได้มากแค่ไหน ผู้วิเศษจึงตอบว่ามันขึ้นอยู่กับความรักที่เธอมอบให้กับมัน เธอตัดสินใจรับมันมาเลี้ยงและดูแลมันอย่างเต็มที่ แต่เช้าวันต่อมาเธอก็ต้องพบกับสิ่งมหัศจรรย์เมื่อลูกสุนัขตัวเล็กได้มีขนาดตัวใหญ่เท่ากับบ้านเลยทีเดียว มันทำให้เธอนั้นต้องพบกับเรื่องราววุ่นวายมากมาย 

 ด้วยความแปลกประหลาดของเจ้าลูกสุนัขทำให้มีคนร้ายต้องการจะจับตัวมันไปทดลอง เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องปกป้องมันให้สำเร็จ และเพราะว่าเจ้าลูกสุนัขตัวดังกล่าวทั้งน่ารักและใจดีทำให้คนทั้งหมู่บ้านชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงได้รวมตัวกันช่วยปกป้องมันจากคนร้ายที่ล่ำรวยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่จะมาขโมยลูกสุนัขไปเป็นของตัวเอง เรื่องราวระหว่างเอมิลี่และเจ้าสุนัขสีแดงจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามรับชมกันต่อในภาพยนตร์ 

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์เรื่อง Clifford the Big Red Dog

สิ่งแรกที่ต้องชื่นชมกับภาพยนตร์เรื่อง Clifford the Big Red Dog คืองานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่ได้เปลี่ยนให้รูปสุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ธรรมดาทั่วไปกลายเป็นลูกสุนัขสีแดงที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 3 เมตรได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่ได้ดูแปลกตาเลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญยังคงความน่ารักได้เหมือนเดิมแบบไม่มีผิดเพี้ยน เป็นการนำเอางานคอมพิวเตอร์กราฟิกมาผสมผสานกับการถ่ายทำกับมนุษย์ได้อย่างยอดเยี่ยม 

ในส่วนของเรื่องราวนั้นก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สามารถรับชมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายสำหรับเด็กมันจึงมีกลิ่นอายความเป็นสูตรสำเร็จของไลท์โนเวลสำหรับเด็กอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงสามารถสร้างความสนุกสนานให้กับเราได้อยู่ดีเพราะการเล่าเรื่องนั้นจะมีความเข้มข้น ลุ้นระทึก เต็มไปด้วยมุกตลก ความซาบซึ้งและความอบอุ่นจากมิตรภาพระหว่างครอบครัวและเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง มันจึงเป็นภาพยนตร์ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพาบุตรหลานเข้าไปรับชมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 

แต่ในส่วนของจุดด้อยภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นความเป็นสูตรสำเร็จของมัน ด้วยความที่เรื่องราวค่อนข้างจะเดาได้ง่ายทำให้สำหรับผู้ใหญ่ที่เคยรับชมภาพยนตร์แนวนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนอาจจะรู้สึกสนุกไม่เท่ากับเด็กที่เพิ่งสัมผัสกับภาพยนตร์แนวนี้เป็นครั้งแรกๆ 

ตัวอย่างหนัง Clifford the Big Red Dog

รีวิว หนัง Clifford the Big Red Dog บางส่วนจาก board.postjung

คลิฟฟอร์ด หมายักษ์สีแดง Clifford The Big Red Dog เป็นหนังที่ถูกชักเข้าชักออกในโปรแกรมเนื่องจากสถานการณ์โควิด เคยประกาศไม่ฉายในโรงภาพยนตร์ไปแล้ว จู่ๆ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็แอบกลับเข้ามาอยู่ในโปรแกรมใหม่ ต่างจากหนังบางเรื่องไม่ประกาศแต่แอบไปคลอดออกมาเป็นแผ่นและแอบไปโผล่สตรีมมิ่งอย่างเงียบๆ อยู่หลายเรื่อง หมาแดงเข้าฉายประเทศไทยเป็นหนึ่งในโปรแกรมใหม่แรกของปี 2565 ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม ขณะนี้ทำเงินจากโรงภาพยนตร์ทั่วโลกแล้วประมาณ 82 ล้าน $ ขณะบรรยายข้อความนี้ (ขณะที่พูดยัง 70 กว่าล้าน คาดว่าน่าจะปิดโปรแกรมได้เกินร้อยล้าน)

หนังได้เรทพีจี(ทั่วไป) ความยาว 1 ชั่วโมง 36 นาที ประเภทผจญภัย ตลก ครอบครัว แฟนตาซี คะแนน IMDb นักวิจารณ์ 55/100 ประชาชน 6/10 โดยเฉลี่ย เว็บมะเขือ นักวิจารณ์ชอบ 57% คนดูชื่นชม 94%
หนังเป็นคนแสดงผสมแอนิเมชั่นที่ตัวหมาแดงคลิฟฟอร์ด ในส่วนของคนมีน้องดาร์บี้ แคมพ์ ผู้เคยผ่านงานหนังคริสต์มาส เป็นตัวหลักที่อยากเลี้ยงหมา ในขณะที่อยู่ในการดูแลของน้าชาย แจ็ค ไวท์ฮอล จากเรื่อง Jungle Cruise ผจญภัยล่องป่ามหัศจรรย์ (หนังเดอะร็อกที่เป็นน้องนางเอก) โดยมีตี๋น้อยเพื่อนนักเรียนสุดรวยมาร่วมปกป้องเจ้าหมาน้อย(หมายักษ์แต่เป็นหมาเด็ก)ตัวนี้ด้วย ตี๋น้อยแสดงโดยไอแซ็ค หวัง ที่เคยรับบทเด็กไทยเจ้าของเรือในรายากับมังกรตัวสุดท้าย เด็กทั้งสองอายุ 15 เท่ากันในปีนี้ แต่ในหนังน่าจะอยู่ที่ประมาณ 13 อีกสองคนที่มีบทบาทสำคัญ

คือจอห์น คลีส เจ้าของคณะละครสัตว์ร่อนเร่ที่ดูเหมือนเป็นผู้วิเศษ และ โทนี่ เฮล ตัวร้ายของเรื่องที่คลุกคลีกับหนังเด็กมาตลอด ล่าสุดที่จำได้ก็เป็นผู้ให้เสียงส้อมฟอร์คกี้ในเรื่องทอยสตอรี่ 4 นอกนั้นบทแม่และชาวบ้านมีออกฉากฮาๆ กันคนละเล็กน้อยตลอดเรื่อง
เนื้อเรื่องมีแค่เจ้าคลิฟฟอร์ดเป็นหนึ่งในครอกหมาเร่ร่อนจรจัดที่เกิดมาก็ตัวแดง แต่รอดจากเทศบาลได้เพียงตัวเดียวของครอบครัว พลัดหลงจนมาเจอกับผู้วิเศษที่มอบหมาต่อให้กับน้องเอมิลี่(ตัวเอก)โดยที่เด็กถามว่ามันจะโตได้แค่ไหน ผู้วิเศษตอบอยู่ที่ความรักที่จะมอบให้ เช้าวันต่อมาหมาตัวนี้ก็โตเท่าบ้าน สร้างความวุ่นวายและสนุกสนานไปทั่ว จนเป็นที่หมายปองของตัวร้ายที่ต้องการจับหมาไปทดลอง หนังจึงมีเนื้อหาที่สนุกขึ้นอีก เนื่องจากคลิฟฟอร์ดเป็นหมาน่ารักใจดีขี้เล่นที่คนในหมู่บ้านชอบจึงช่วยกันปกป้องรวมพลังกันแบบบ้านๆ

จากวายร้ายผู้ร่ำรวยไฮเทคกันแบบสุดฮาตลอดเรื่อง เด็กๆ ดูเรื่องนี้น่าจะชอบ แต่ผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นหากดูลำพังอาจรู้สึกเฉยๆ เพราะมุกตลกต่างๆ ไม่ได้แปลกใหม่อะไร และการแสดงที่ดูออกเหมือนกำลังเล่นละครให้เด็กดู ดังนั้นถ้าคนโตอยากจะดูให้สนุกควรพาเด็กๆ ไปดูด้วยจะดีกว่านะครับ อย่างน้อยถ้าไม่มีความสุขจากการดูหนังก็ยังมีความสุขที่เห็นลูกหลานมีความสุข ส่วนรายละเอียดการไล่ล่าและตอนจบจะเป็นอย่างไรหาชมต่อได้ในโรงนะครับ
รูปด้านล่างนี้คือผู้ให้เสียงเป็นน้องบุญในเรื่องรายากับมังกรตัวสุดท้าย ไอแซ็ค หวัง ปีนี้อายุ 15 แล้วนะ ยังไม่โตเลย เรื่องนี้เป็นพระเอก(ถ้านับว่าคู่กับน้องเอมิลี่)

board.postjung

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

12 - 6 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า