ชื่อเรื่องLOST IN SPACE
เรตติ้ง7.3
นักแสดงToby Stephens,Molly Parker
จำนวนตอน3 ซีซั่น

รีวิวซีรีส์ LOST IN SPACE Netflix

รีวิวซีรีส์ LOST IN SPACE Netflix การกลับมาของซีรีส์ไซไฟชื่อดังในยุค 60 ในปัจจุบันนี้เราอาจจะคุ้นเคยกันดีกับภาพของซีรีส์หรือภาพยนตร์แนวไซไฟที่เต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์น่าตื่นตาตื่นใจเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ผลิตสื่อบันเทิงสามารถนำเสนอเรื่องราวและงานภาพที่เต็มไปด้วยความสมจริงได้มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าย้อนกลับไปในช่วงยุค 60 ที่คอมพิวเตอร์ยังไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบันและโทรศัพท์มือถือยังแทบจะไม่มีใช้กันด้วยซ้ำไปการเล่าถึงเรื่องราวออกไปนอกอวกาศที่เต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์สมัยและการที่จะต้องใช้เทคนิคการถ่ายทำพิเศษมากมายเพื่อเพิ่มความสมจริงนั้นสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนในยุคสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี

มันจึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ซีรีส์เรื่อง LOST IN SPACE จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการออกฉายทางโทรทัศน์ในปี 1965 จนกระทั่งในปี 1998 ได้มีการสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายในโรงภาพยนตร์อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ส่วนของภาพยนตร์ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรทำให้สุดท้าย PROJECT ดังกล่าวก็ต้องหยุดไปสำหรับใครที่คิดถึงซีรีส์เรื่องนี้แล้วแล้วก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะปัจจุบันนี้ NETFLIX ได้หยิบนำเอาเรื่องราวเก่า ๆ เหล่านี้มาสร้างใหม่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเพื่ออำนวยให้เราสามารถสร้างภาพยนตร์และซีรีส์แนวไซไฟได้แบบไม่ยากเย็น

ดังนั้นเราจึงมีซีรีส์เก่าสร้างใหม่ให้เราได้รับชมในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึง 2 ซีซั่นด้วยกันดังนั้นสำหรับใครที่ในอดีตเคยชอบซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างมากหรือเคยได้ยินชื่อมาผ่านหูผ่านตา แต่ไม่เคยรับชมเราก็อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชมดูเนื่องจากมันเป็นรีสคุณภาพที่ควรค่าแก่การนำเอามาสร้างอีกครั้งและเผยแพร่ให้ทุกคนได้รับชม

เรื่องราวในซีรีส์เรื่อง LOST IN SPACE

LOST IN SPACE ในเวอร์ชั่นปัจจุบันจะเล่าถึงเรื่องราวที่เหมือนกับในอดีตแทบจะไม่มีผิดเพี้ยนโดยเรื่องราวจะเล่าถึงอนาคตที่สหรัฐอเมริกานั้นเตรียมตัวที่จะขึ้นไปสร้างอาณานิคมตั้งรกรากในดาวพฤหัสบดีบนอวกาศที่แสนห่างไกลเนื่องจากโลกของเรานั้นได้เกิดวิกฤตการณ์ที่อุกกาบาตพุ่งชนโลกจนบรรยากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปแบบฉับพลันปัจจุบันนี้โครงการดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการขั้นสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วและภารกิจต่อไปคือการส่งครอบครัวหนึ่งเดินทางเป็นระยะเวลา 9 18 ปีเพื่อไปยังดาวเคราะห์ที่มีสภาพคล้ายคลึงกับโลกที่โคจรรอบดวงดาวที่มีชื่อว่า ALPHA CENTAURI

และครอบครัวที่ได้รับคัดเลือกนั่นก็คือครอบครัวของศาสตราจารย์จอห์นโรบินสันภรรยาของเขาที่มีชื่อว่ามอนลูกทั้ง 3 คนประกอบไปด้วยพี่สาวคนโตที่มีชื่อว่าพี่สาวคนรองที่มีชื่อว่าเพนนีและน้องชายคนเล็กที่มีชื่อว่าวิลล์พวกเขานั้นจะต้องเดินทางข้ามอวกาศไปพร้อมกับพันตรีโดนัลด์ที่สังกัดอยู่ในหน่วยอวกาศของสหรัฐอเมริกาพวกเขาทุกคนนั้นจะถูกแช่แข็งอยู่ในแคปซูลตลอดการเดินทางและพวกเขาจะพร้อมอีกครั้งเมื่อยานอวกาศใกล้ไปถึงจุดหมาย แต่การเดินทางของพวกเขาในครั้งนี้กลับไม่ได้ราบรื่นเหมือนกับที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้เนื่องจากยานอวกาศของพวกเขานั้นถูกโจมตีโดยเอเลี่ยน

และทำให้ลูกเรือทุกคนนั้นต้องหนีตายกันแบบไม่คิดชีวิตโดยใช้ยานลำเล็กที่มีชื่อว่าปีเตอร์ครอบครัวโรบินสันนั้นก็ได้ขึ้นยานจูปีเตอร์ไปด้วย แต่ย่านของพวกเขานั้นกลับตกลงไปในทะเลน้ำแข็งบนดวงดาวที่มีสภาวะแวดล้อมคล้ายกับโลกการตกลงมาในครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้เจอกับหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ใดภายหลังได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพวกเขาด้วยเรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามรับชมกันต่อในซีรีส์

ความรู้สึกหลังรับชมซีรีส์เรื่อง LOST IN SPACE

LOST IN SPACE เป็นซีรีส์เก่าเล่าใหม่หากใครที่เคยรับชมซีรีส์เวอร์ชั่นดั้งเดิมในยุค 60 มาแล้วน่าจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียวกับงานภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในส่วนของความสมจริงหรือรายละเอียดในการออกแบบที่ปรับให้มีความทันสมัยและเป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้นไม่เพียงเท่านั้นยังมีการปรับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรื่องราวนั้นดูไม่เชยจนเกินไปด้วยดังนั้นเราจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าการนำเอาซีรีส์เก่าเก็บ

ที่ผ่านระยะเวลามาหลายสิบปีมาสร้างใหม่จะทำให้เราไม่สนุกกับการรับชมเพราะคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการรับชมซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอนดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรได้รับคำชมในซีรีส์เรื่องนี้ก็คืองานภาพและการถ่ายทำนั่นเองทุกอย่างได้รับการออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการถ่ายทำการจัดวางองค์ประกอบหรือแม้กระทั่งการออกแบบไม่เพียงเท่านั้นทั้งหมดตัวละครและเรื่องราวรวมไปถึงงานคอมพิวเตอร์กราฟิกนั้น

ถือว่าสามารถทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเรียกได้ว่าเป็นซีรีส์วไฟเรื่องหนึ่งที่เต็มไปด้วยคุณภาพและเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการรับชมอย่างแน่นอนแม้ว่าเรื่องราวภายในซีรีส์นั้นจะค่อนข้างพบเจอได้ทั่วไปในซีรีส์แนวเดียวกัน แต่มันกลับสามารถดึงดูดเราได้อย่างน่าเหลือเชื่อและเต็มไปด้วยความสนุกสนานแบบที่ทำให้เราสามารถรับชมได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย

ตัวอย่างซีรีส์ LOST IN SPACE

รีวิว ซีรีส์ LOST IN SPACE บางส่วนจาก playinone

Lost in Space ซีรีส์ไซไฟสร้างโดย Netflix เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แกะกล่องแต่เป็นการนำซีรีส์เก่าแก่กลับมาปัดฝุ่นทำใหม่ จากปี 1965 ในชื่อเดียวกัน และหนังที่เข้าโรงฉายเมื่อปี 1998 แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์จนต้องหยุดโปรเจ็กต์นี้ไป และได้กลับมาอีกครั้งใน Netflix

ครอบครัว”โรบินสัน” มนุษย์กลุ่มแรกๆที่ผ่านการทดสอบให้เดินทางย้ายถิ่นฐานไปยังดาว Alpha Centauri ด้วยยานอวกาศล้ำที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง ชื่อว่า “เรโซลูท” หลังจากที่โลกโดนอุกาบาตพุ่งชนจนทำให้บรรยากาศของโลกเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน แต่การเดินทางก็ไม่ได้ราบรื่น เมื่อ เรโซลูทถูกเอเลี่ยนโจมตีและลูกเรือต้องหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่นโดยใช้ยานเล็กที่เรียกกันว่า “จูปิเตอร์” และยานจูปิเตอร์ของครอบครัวโรบินสันได้ตกลงไปยังทะเลที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งบนดาวเคราะห์ที่คล้ายโลก จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ครอบครัวนี้ได้เจอกับหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และเป็นตัวละครหลักที่สำคัญของเรื่องนี้ จุดนี้อยากให้ไปดูกันเองเพื่อความสนุกนะครับ

อย่างแรกที่เราจะได้เห็นคือคุณภาพการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพภาพ มุมกล้อง บทตัวละคร รวมถึงสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คที่ทำออกมาได้ดี ดีกว่าหนังไซไฟหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำครับ โดยเฉพาะชุดอวกาศที่ดูเข้ากับเนื้อเรื่อง เนื่องจากมนุษย์ยังไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอะไรมากนักในตอนนั้น โลเคชั่นที่ใช้ในการถ่ายทำดูน่าสนใจ ทั้งฉากทะเลบนดาวอื่น รวมถึงฉากหุบเขาบนดาวเคราะห์ที่คล้ายโลก ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดครับ โปรดักชั่นผ่าน ดูเพลิน

ถือเป็นอีกเรื่องที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น 4K, HDR(Dolby Vision) และDolby Atmos ถ้าอุปกรณ์ที่เราใช้ดูรองรับ จะสามารถรับชมประสบการณ์ได้เต็มที่ โดยเฉพาะใครที่ดูผ่านมือถือที่รองรับทั้ง 4K HDR และ Dolby Atmos จะฟินมากครับ

สไตล์อวกาศ มนุษยชาติ มันก็จะมีจุดคลิเชบ้าง ซึ่งเรื่องนี้เราก็จะเจอเยอะหน่อย เพราะเป็นซีรีส์ยาว แต่ว่ามันก็ไม่ได้โอเวอร์ถึงขนาดพาเบื่อเอาได้ครับ แต่ละตอนมีการนำเสนอที่น่าสนใจ คอยดึงความสนใจไม่ให้เราเบื่อ เรียกว่าได้ลุ้นกันแทบทุกตอน ผมชอบตรงที่บางทีเราก็เดาไม่ออกว่าตัวละครต้องการอะไรกันแน่ ในส่วนนี้ทำให้เราอยากรู้ต่อไปว่า สุดท้ายแล้วมันใช่แบบที่คิดหรือเปล่า ตัวดี ตัวร้ายทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

เนื่องจากแก่นของเรื่องนี้จะมีหุ่นยนต์เป็นแกนสำคัญของเนื้อเรื่องหลัก เราจะได้เห็นเจ้าหุ่นคู่ใจครอบครัวโรบินสันตลอดเรื่อง และมันมีบทที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นหุ่นยนต์จากต่างดาวที่แทบไม่พูดเลยทั้งเรื่อง มีอยู่ไม่กี่ประโยคที่เราจะได้ยินจากปากเจ้าหุ่นตัวนี้ แต่เพราะมันไม่พูดนี่แหละ ทำให้ลุ้นว่า แท้จริงแล้วเจ้าหุ่นยนต์นี้คิดอะไรอยู่ มันเป็นเพื่อนแท้ของเราจริงไหม หรือมีอะไรแอบแฝงกันแน่ มันสร้างทั้งความหวาดระแวงและความอุ่นใจในเวลาเดียวกัน ประโยคที่เราจะได้ยินตลอดทั้งเรื่องแน่ๆคือ “อันตราย วิล โรบินสัน” แล้วแอ็คชั่นก็เริ่มขึ้น ณ บัดนาว

เนื่องจากเป็นการรีวิวรวบสองซีซั่น การดำเนินเรื่องของซีรีส์นี้ถือว่าคงเส้นคงวา มีแนวทางที่ถูกวางไว้ว่าจะเป็นซีรีส์หลายซีซั่น ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือเดินทางไปยังดาว Alpha Centauri ทำให้การคุมโทนของทั้งสองซีซั่นทำได้ดี และรู้สึกถึงความต่อเนื่องไม่สะดุด โดยเฉพาะยิ่งใครดูแบบยาวจากซีซั่น 1 จะยิ่งดี เป็นอีกอันที่ผมว่าเหมาะกับการใช้เวลาว่างในวันหยุดยาวนั่งดูรวดเดียว และดูแล้วเป็นไปได้ว่าเราน่าจะได้เห็นซีซั่น 3 ต่อจากนี้ด้วยเช่นกันครับ แม้ว่า Netflix จะยังไม่ยืนยัน แต่ดูจากตอนจบแล้วผมคิดว่าน่าจะได้ไปต่อ

playinone

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

18 - 1 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า