ชื่อเรื่อง Below Zero Netflix
เรตติ้ง6.2
นักแสดง Javier GutiérrezKarra ElejaldeLuis Callejo
จำนวนตอน 1.46 ชั่วโมง

รีวิวหนัง The Sons Of Sam A Descent Into Darkness

รีวิวหนัง The Sons Of Sam A Descent Into Darkness ซีรีส์สารคดีที่ถ่ายทอดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องจากทฤษฎีสมคบคิด ทฤษฎีบนโลกใบนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายหมวดด้วยกัน อย่างเช่นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นเรื่องจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับทฤษฎีสมคบคิดเป็นทฤษฎีที่คนกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเช่นนั้นจริงๆ โดยที่ไม่สนใจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นทฤษฎีที่ไม่ได้รับการยอมรับ แถมยังก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมามากมายบนโลกใบนี้ด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดก็คือทฤษฎีองค์กรอิลูมินาติและทฤษฎีโลกแบน

ด้วยความที่จิตใจของมนุษย์นั้นยากที่จะหยั่งถึง บางครั้งจากทฤษฎีสมคบคิดก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความเชื่อ กลายมาเป็นลัทธิศาสนาที่เต็มไปด้วยสมาชิกที่มีความเชื่ออย่างแรงกล้าจงส่งผลให้พวกเขากลายเป็นคนหัวรุนแรง การรวมตัวกันของคนคลั่งย่อมนำพามาซึ่งเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายอย่างแน่นอน อย่างเช่นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตอย่างซันออฟแซม 

The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness เป็นซีรีส์สารคดีที่จะนำเอาคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดมาจากทฤษฎีสมคบคิดจนกลายเป็นลัทธิซาตานขนาดใหญ่มาตีแผ่ให้เราได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังและมูลเหตุจูงใจที่ทำให้บุคคลลุกขึ้นมาเป็นฆาตกรเข่นฆ่าผู้คนเป็นจำนวนมาก 

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในช่วงยุค 70 สำหรับใครที่ทานในยุคนั้นจะต้องรู้จักคดีนี้อย่างแน่นอนเพราะมันเป็นคดีฆาตกรรมจากทฤษฎีสมคบคิดที่มีชื่อเสียงโด่งดังและผู้คนทั่วทั้งโลกนั้นต่างก็ให้ความสนใจ เป็นคดีแรกๆ ที่ทำให้ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวในความเชื่ออย่างมากข้างของมนุษย์ในทฤษฎีที่ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาก่อน

แต่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะน่าเบื่อกับการถ่ายทอดในลักษณะของสารคดี เพราะมันจะเต็มไปด้วยเงื่อนงำมากมายที่ทำให้ผู้รับชมรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ความรู้สึกในการรับชมนั้นจึงแทบจะไม่แตกต่างจากซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนทั่วไปเลยแม้แต่น้อย รับรองว่าคุณจะได้รับความสนุกสนานในการรับชมไปพร้อมกับความรู้อย่างแน่นอน

เรื่องราวการสืบสวนสอบสวนคดีในซีรีส์เรื่อง The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness

The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness จะพาเราย้อนกลับไปในปี 1976 เป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกานั้นเข้าสู่ยุคตกต่ำไม่เว้นแม้กระทั่งเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความฝันอย่างนิวยอร์ก ใครจะคิดว่าเมืองที่เต็มไปด้วยความเจริญในปัจจุบันในยุค 70 นั้นจะเต็มไปด้วยคดีอาชญากรรมมากมายหลากหลายรูปแบบ การก่อเหตุฆาตกรรมและโจรกรรมนั้นกลายเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกหัวมุมถนน

คดีจำนวนมากส่งผลให้ตำรวจต้องทำงานอย่างหนักจนงานของพวกเขาออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ผู้คนเริ่มเสื่อมศรัทธากับหน่วยงานตำรวจ แต่เรื่องราวก็สามารถแย่ลงไปได้อีกเมื่อผู้ว่าการนิวยอร์กมีแผนที่จะปลดตำรวจออกจากหน่วยงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายเนื่องจากไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้อย่างเพียงพอ เพราะผู้คนไม่สามารถทำงานและจ่ายภาษีได้นั่นเอง

ท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤตได้มีคดีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีมือปืนยิงหญิงสาวคนหนึ่งจนเสียชีวิตคารถอย่างเป็นปริศนา ตำรวจพยายามว่าใครที่จะมีแรงจูงใจมากพอในการปลิดชีวิตของหญิงสาวคนนี้ลง แต่พวกเขาก็ทำไม่สำเร็จ คดีนี้กลายเป็นคดีที่ถูกมองข้ามแถมยังไม่สามารถสืบสวนต่อได้ แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้งจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวน การก่อเหตุในลักษณะเดียวกันทำให้ตำรวจปักใจว่าฆาตกรต้องเป็นฆาตกรต่อเนื่องอย่างแน่นอน

และตามแบบฉบับของฆาตกรต่อเนื่องที่สามารถก่อเหตุสำเร็จซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ย่อมลำพองตน ฆาตกรผู้นี้จึงได้ส่งจดหมายไปเยอะตำรวจและระบุว่าตนเองนั้นมีชื่อว่าซันออฟแซม ชื่อนี้จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกคดีและฆาตกรต่อเนื่องผู้นี้ในเวลาต่อมา และแน่นอนว่าตำรวจนั้นใช้จดหมายดังกล่าวเป็นเบาะแสจนตามจับฆาตกรได้สำเร็จนั่นก็คือเดวิด เบอร์โควิต แม้ว่าจะใช้เวลายาวนานถึง 1 ปีแต่ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับรู้ว่าคดีฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นจากทฤษฎีสมคบคิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลัทธิซาตาน

ความรู้สึกหลังรับชมซีรีส์เรื่อง  The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness

The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness เป็นซีรีส์สารคดีที่เต็มไปด้วยความน่าติดตาม แม้ว่ามันจะขึ้นชื่อว่าเป็นสารคดีแต่เราก็อยากจะแนะนำให้ทุกคนเปิดใจลองรับชมดู เพราะมันเป็นสารคดีที่เล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างสนุกสนานน่าติดตาม มีความกระชับฉับไวเข้าใจง่าย เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกและความลึกลับเกี่ยวกับลัทธิซาตานที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด การทำงานของตำรวจภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันและความวุ่นวายของบ้านเมือง 

สารคดีจะพาคุณไปรับชมสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีความเชื่อในทฤษฎีสมคบคิดอย่างบ้าคลั่งจนทำให้พวกเขาลุกขึ้นมาปลิดชีวิตผู้อื่นได้โดยที่ไม่รู้สึกผิด โดยเฉพาะตัวฆาตกรที่ถูกจับกุมได้แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ แต่เขานั้นก็ยังคงหมกมุ่นกับความเชื่อของตนเองจนวาระสุดท้ายของชีวิต และที่น่าสนใจก็คือภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีการสอดแทรกฉากสัมภาษณ์ฆาตกรตัวจริงที่หารับชมได้ยากในปัจจุบันเอาไว้ด้วย

ตัวอย่างหนัง The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness

รีวิว หนัง The Sons Of Sam: A Descent Into Darkness จาก playinone

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าสารคดีเรื่องนี้ไม่ใช่สารคดีตามล่าฆาตกรต่อเนื่อง ซันออฟแซม โดยตรง แต่เป็นเรื่องราวอีกด้านของคดีนี้จาก มอรี่ เทอร์รี่ นักเขียนของบริษัทคอมพิวเตอร์ IBM  ที่ยอมอุทิศชีวิตตัวเองหันมาเป็นนักข่าวสืบคดีนี้ทั้งชีวิต และก็เขียนหนังสือ The Ultimate Evil: The Search for the Sons of Sam นำเสนอทฤษฎีโยงใยลัทธิซาตานเข้ากับคดีซันออฟแซม เพื่อกดดันให้ตำรวจนิวยอร์คเปิดคดีนี้กลับมาอีกครั้ง เพราะเขาเชื่อว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดในการวางแผนฆ่าคนครั้งนี้

สารคดีมีทั้งหมด 4 ตอน ตอนละหนึ่งชั่วโมง ตอนแรกเป็นการเล่าที่มาของคดีซันออฟแซม ที่เกิดขึ้นในนิวยอร์คช่วงตกต่ำในปี 1976 เมืองเต็มไปด้วยคดีอาชญากรรมหลายแบบ จนล้นมือตำรวจ แถมทางผู้ว่ายังมีแผนปลดตำรวจนิวยอร์คให้น้อยลงอีกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายหลังรายได้จัดเก็บไม่พอ ซึ่งในช่วงตกต่ำนี้มีคดีมือปืนยิงผู้หญิงในรถตายแบบปริศนา หาแรงจูงใจจับใครไม่ได้ แต่ด้วยสภาพเมืองตอนนั้นทำให้คดีนี้ถูกมองข้ามไป จ

นเกิดเหตุต่อมาอีกหลายครั้งในรูปแบบเดียวกันทั้งหมดคือ คู่รักถูกยิงตายในรถด้วยกระสุนปืนขนาด.44 จนเป็นฉายาตอนแรกที่ตำรวจกับสื่อใช้เรียก .44 Caliber Killerก่อนที่ฆาตกรจะส่งจดหมายมาถึงตำรวจที่ทำคดีในรูปแบบเยาะเย้ย พร้อมเรียกตัวเองว่าซันออฟแซม จนกลายเป็นเบาะแสให้ตำรวจตามจับตัว เดวิด เบอร์โควิต ได้โดยบังเอิญ แต่ก็ใช้เวลาถึงปีกว่า โดยเขารับสารภาพตอนถูกจับกุมเลยว่าตัวเองคือซันออฟแซม พร้อมปิดคดีจบในตอน 

สารคดีตอนแรกเป็นแนวตามล่าอาชญากรรมที่เล่าเรื่องสนุก น่าติดตาม งานตัดต่อทุกอย่างลงตัว แต่เรื่องของซันออฟแซมได้จบลงในตอนแรกเกือบทั้งหมด ก่อนจะขึ้นตอน 2-4 เป็นเรื่องของ มอรี่ เทอร์รี่ ซึ่งกลายเป็นอีกแนวต่างออกไปเลย โดยเรื่องเล่าจากจุดที่ เดวิด เบอร์โควิต ถูกจับ และมอรี่ไม่เชื่อว่าเขาลงมือทำเพียงคนเดียว จากหลักฐานอย่างภาพสเก็ตที่ตำรวจนำมาเผยแพร่ในแต่ละครั้งไม่ตรงกัน และไม่เหมือน เดวิด เบอร์โควิต เลย ทำให้เขาลงมือสืบจนเชื่อมโยง เดวิด เบอร์โควิต เข้ากับเพื่อนบ้านละแวกเดียวกันที่หน้าตาเหมือนในภาพสเก็ต และยังมีพ่อชื่อแซม ต่างจาก เดวิด เบอร์โควิต

ที่อ้างว่าหมาเพื่อนบ้านที่แซมเป็นคนสั่งให้เขายิง ทำให้มอรี่ปะติดปะต่อหาตัวจริงและผู้สมรู้ร่วมคิดขยายวงไปเรื่อยๆ จากคดีในนิวยอร์คไปสู่ลัทธิเกิดใหม่ในช่วงนั้น ในเรื่องอ้างอิงการเกิดใหม่แตกแขนงจากลัทธิไซเอน โทโลจี้ ที่เป็นต้นตำหรับ ซึ่งรวมๆ ก็คือช่วงที่อเมริกามีปัญหาลัทธิบูชาซาตานเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ และลัทธิเหล่ามีเป้าหมายไปสู่วันพิพากษาโลก หรือวันล้างโลก โดยพยายามทำให้เกิดภาวะเคออสในสังคมให้มากที่สุด ซึ่งมอรี่ตามติดหลายคดีจากลัทธิอื่นๆ ที่ล้วนตายแบบปริศนา และยังปิดไม่ลง โดยตัวละครเหล่านี้มีส่วนโยงใยกลับมาถึงอาชญากรรมซันออฟแซมในทางใดทางหนึ่งเสมอ ยิ่งทำให้มอรี่หมกหมุ่นพยายามไขคดีที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ในความคิดของเขา พร้อมนำเสนอต่อสาธารณะชนในรูปของหนังสือ The Ultimate Evil เพื่อกดดันหาทางทำให้ตำรวจกลับมาเปิดคดีนี้ขึ้นอีกครั้ง 

แม้เรื่องจะไม่เฉลยหรือเคลียร์ว่าทฤษฎีของมอรี่เป็นจริงหรือไม่ เพราะตำรวจเองก็ไม่ยอมเปิดคดีนี้กลับมาตามหลักฐานของมอรี่ แต่สุดท้ายหลังมอรี่ตายลงกลับมีเคสหนึ่งเป็นไคลแม็กซ์ของสารคดีเรื่องนี้ให้คนดูได้ขบคิดกันต่อ ซึ่งนี่คือจุดดีที่สุดของเรื่องช่วงของมอรี่ และคดีนี้เองที่น่าจะเป็นการสืบทอดต่อไปยังทีมเพื่อนๆ ของมอรี่ที่ตามสืบสานอุดมการณ์นี้ต่อไปครับ

playinone

แนะนำ การลงทุน : ทำความรู้จัก UFABET หรือ แทงบอลยูโร ผู้ให้บริการระบบทางการเงิน อันดับ 1 ถ้าสนใจ สมัครบาคาร่า เล่นเกม บาคาร่า99 ที่มีบริการครบครัน sagame66 ช่วยให้ท่านได้กำไรและปลอดภัย sa66 สร้างรายได้ง่ายๆ กับ จีคลับ6666 และ จีคลับ88888 สนใจคลิ๊กเลย

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *