ชื่อเรื่อง A Classic Horror Story
เรตติ้ง 5.7
นักแสดง Matilda Anna Ingrid Lutz,Francesco Russo,Peppino Mazzotta
จำนวนตอน 1.35 ชั่วโมง

รีวิวหนัง A Classic Horror Story Netflix

รีวิวหนัง A Classic Horror Story Netflix ภาพยนตร์แนวไล่เชือดจากยุค 90 ที่ปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น หากนึกถึงภาพยนตร์สยองขวัญแนวไล่เชือดในยุค 90 หลายคนก็เริ่มแบะปาก เพราะมันเป็นภาพยนตร์เกรด B สูตรสำเร็จที่สามารถเดาเนื้อเรื่องได้ง่าย เน้นความสยองขวัญชวนอ้วกกับฉากรุนแรงเกินความจำเป็น ที่สำคัญสาวผมทองตายก่อน ส่วนสาวผมดำที่ยังบริสุทธิ์จะรอดชีวิตแค่คนเดียว ความน่าเบื่อเหล่านี้ส่งผลให้ปัจจุบันแทบจะไม่มีใครทำภาพยนตร์แนวนี้ออกมากันอีกแล้ว

แต่เราอยากจะให้ทุกคนลองเปิดใจรับชมภาพยนตร์บน netflix เรื่อง A Classic Horror Story พี่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นภาพยนตร์แนวไล่เชือดแบบยุค 90 แต่ก็มีการปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นภาพยนตร์สัญชาติอิตาลีที่สามารถนำเอาสไตล์อเมริกันเข้ามาผสมผสานกับความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างลงตัว ดังนั้นคุณจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ภาพยนตร์แนวไล่เชือดแต่มีความแปลกใหม่น่าสนใจสอดแทรกเข้ามามากมาย

รับรองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ใช่การคัดลอกภาพยนตร์ชื่อดังแนวไล่เชือดในยุค 90 มาทำใหม่อีกครั้งแบบเดิมอย่างแน่นอน เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีไอเดียสดใหม่และสิ่งที่ทำให้คุณต้องแปลกใจมากมาย รับรองว่ารับชมแล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง A Classic Horror Story

A Classic Horror Story เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าถึงเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่ได้เท่ารถโดยสารซึ่งเป็นรถบ้านเดินทางไปยังแถบตอนใต้ของประเทศอิตาลี แต่ละคนนั้นก็มีจุดประสงค์ของการเดินทางที่มีความแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวที่มีชื่อว่าเอลิซ่า เธอต้องการจะเดินทางไปอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ของเธอ ชายหนุ่มที่มีชื่อว่าฟาบราซิโอ ต้องเดินทางไปเพื่อศึกษาต่อในด้านการทำภาพยนตร์ และเขายังเป็นคนที่ชอบถ่ายเหตุการณ์ต่างๆ ลงบน Instagram ของเขาเองด้วย หมอริคาร์โดที่ต้องการจะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว คู่รักอย่างโซเฟียและมาร์คที่ต้องการจะไปร่วมงานแต่งของเพื่อน 

การเดินทางนั้นเต็มไปด้วยความสงบสุขจนกระทั่งถึงเวลากลางคืน คนขับรถนั้นต้องเบี่ยงหลบซากสัตว์ที่ตายอยู่กลางถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับต้นไม้ พอตื่นขึ้นมาพวกเขาก็พบกับเรื่องที่น่าตกใจเมื่อพวกเขาไม่ได้อยู่บนรถบ้านกลางถนนอีกต่อไปแต่กลับอยู่ในสถานที่ลึกลับที่ไม่มีใครรู้ว่ามันคือที่ไหน มันเป็นบ้านร้างที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยแถมยังตั้งอยู่กลางป่าอย่างโดดเดี่ยว ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือภายในบ้านนั้นมีทั้งเขากวางและซากหัวเขามันแขวนเอาไว้อยู่บนกำแพง

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องพยายามเอาชีวิตรอดจากความลึกลับและความสยองขวัญที่จะต้องพบเจอ แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายเช่นนั้นเพราะมันเต็มไปด้วยความโหดที่จะทำให้ทุกคนต้องพบเจอกับชะตากรรมที่เต็มไปด้วยความสยองขวัญ เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของคนกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถเข้าไปติดตามรับชมได้บน netflix

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์เรื่อง A Classic Horror Story

A Classic Horror Story เป็นภาพยนตร์แนวไล่เชือด ดังนั้นแน่นอนว่าสิ่งที่คุณจะต้องเจออย่างแน่นอนคือฉากการฆ่าที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายแบบไร้เหตุไร้ผล การวิ่งไล่จับที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึก แต่ความน่าสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้คือเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าเรื่องราวจะเล่าต่อไปในทิศทางแบบไหน ไม่สามารถเดาได้ว่าใครจะรอดบ้างหรือจุดจบจะเป็นอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สามารถนำเอาองค์ประกอบของภาพยนตร์แนวไล่เชือดมารวมกันเอาไว้แล้วใส่ความแปลกใหม่เข้าไปได้เป็นอย่างดี

คุณยังจะคงได้เห็นตำนานฆาตกรที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย เครื่องมือการฆ่าที่น่ากลัว การทารุณกรรมสัตว์ บ้านร้างกลางป่า ตำนานที่เล่าขานต่อๆ กันมาจนทำให้เราสงสัยว่าสรุปแล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเกิดจากคนโรคจิตที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายหรือสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติกันแน่

 ภาพยนตร์จะมีลำดับการเล่าเรื่องที่ช่วยให้ผู้รับชมได้รับรู้เรื่องราวความลับมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มาพร้อมกับปริศนาใหม่ที่ตัวละครจะต้องวนกลับไปหาคำตอบอีกครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นการสร้างปมออกมาแล้วแก้ปมหลายต่อหลายครั้งในเรื่องทั้งหมดแต่มันก็ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใดแถมยังสามารถช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้กับผู้รับชมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นเรื่องราวยังสามารถจิกกัดสังคมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี 

แต่จุดด้อยก็คือภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีความแหวะชวนอ้วกเหมือนกับภาพยนตร์แนวไล่เชือดแต่จะเน้นความโหดร้ายชวนลุ้นเหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง Saw มากกว่า แม้ว่าจะมีฉากการไล่ล่าบ้างแต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเน้นฉากฆ่ามากกว่า และตามสูตรคือมีตัวละครที่ตัดสินใจผิดพลาดและทำอะไรโง่ๆ ลงไปแบบไม่น่าให้อภัยอยู่ บางครั้งมันจึงน่าหงุดหงิดไม่น้อยสำหรับผู้รับชมอย่างเรา

โดยรวมแล้วถือเป็นภาพยนตร์แนวไล่เชือดสมัยใหม่ที่สามารถคงเสน่ห์ยุคเก่าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี และมีการสอดแทรกความน่าสนใจเข้ามามากมายในสไตล์ยุคใหม่ที่แตกต่างออกไป มันอาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยมถึงขั้นที่เป็นภาพยนตร์เกรด A แต่ก็มีความสดใหม่ นับเป็นภาพยนตร์ที่สามารถรับชมฆ่าเวลาได้โดยที่ไม่รู้สึกเสียดาย 

ตัวอย่างหนัง A Classic Horror Story

รีวิว หนัง A Classic Horror Story จาก beartai

เน็ตฟลิกซ์ออริจินัลขาดแคลนหนังสยองขวัญดี ๆ ไปเห็นข้อความข้างต้นมาจากที่หนึ่งในอินเทอร์เน็ต ซึ่งว่าไปก็เห็นจริงตามนั้น และมันไม่ใช่แค่ความเห็นด้วยแต่เป็นความรู้สึกมวลรวมต่อประสบการณ์รับชมเน็ตฟลิกซ์เสียด้วยซ้ำ ว่ากันตามตรงเวลาดูหนังสยองของเน็ตฟลิกซ์ ก็จะรู้สึกมันพร่อง ๆ ไม่ตรงไหนก็ตรงหนึ่งอยู่เสมอ แม้แต่ซีรีส์ดังสุดอย่าง ‘Stranger Things’ ก็เช่นกันแม้ไม่มากนัก

สำหรับเรื่องนี้เป็นคอนเทนต์จากฝั่งอิตาลี ที่มีกลิ่นแรงบันดาลใจแรงจากหนังสยองขวัญหลายต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะหนังฝั่งยุโรปที่ชอบเล่นเรื่องวัฒนธรรมประหลาดในหมู่บ้านห่างไกล อย่างนึกใกล้สุดก็เรื่อง ‘Midsommar’ (2019) ของ อารี แอสเตอร์ (Ari Aster) เอามาผสมผสานหนังสยองเกรดบีกระท่อมร้างกลางป่า อย่าง ‘The Evil Dead’ (1981) ของ แซม ไรมี (Sam Raimi) ซึ่งดูจะชัดเจนสุด

หนังเล่าเรื่องของนักเดินทาง 4 คน ที่เช่ารถบ้านของหนุ่มเนิร์ดหนังคนหนึ่ง เหตุผลของการเดินทางนั้นบ้างเพื่อกลับบ้าน บ้างเพื่อไปร่วมงานแต่งงาน โดยแต่ละคนก็ซ่อนบาปบางอย่างของตนเองไว้ ตามสูตรหนังสยองที่มักต้องตราบาปของตัวละครเพื่อสั่งสอนว่าคนเหล่านี้ต้องเผชิญความชั่วร้ายด้วยเหตุบาปอันใด ในที่นี้ก็เช่น การประสงค์ทำแท้งลูกที่กำลังจะเกิด หรือเคยฆ่าคนตายมา เป็นต้น

ต้องยอมรับว่าหนังสร้างพลอตได้น่าสนใจเลย แม้บางจุดจะทำให้พอเดาบางอย่างได้ แต่ในตัวพลอตใหญ่นั้นก็ถือว่าทำได้ดี น่าสนใจ ในส่วนค่อนเรื่องหลังนั้นมีความพยายามฉีกขนบของหนัง (ในเชิงล้อเลียนยั่วล้อและสรรเสริญ) อย่างที่ ‘The Cabin in the Woods’ เคยทำกับหนังอย่าง ‘The Evil Dead’ มาแล้ว แต่ในเรื่องนี้เป็นขนบหนังสยองขวัญลัทธิโบราณแทน ตรงนี้ก็ต้องชื่นชมในความสร้างสรรค์ในการนำเสนอ

หนังจึงทั้งมีความสดและไม่สด มีทั้งความสยองและไม่สยอง มีทั้งเหตุผลและไม่มีเหตุผลผสมปนเปกันไป แล้วแต่ผู้สร้างอยากจะหยิบเน้นอะไรมาใช้ เป็นการพูดยาก ว่าหนังดีหรือไม่ดีโดยไม่พูดถึงฉากจบ เพราะหนังฝากทั้งหมดทั้งมวลไว้กับการไขปริศนาลึกลับต่าง ๆ ดังนั้นใครที่ชอบวิธีการจบแบบนี้ก็อาจจะบอกว่าหนังดี ใครไม่ชอบก็คงบอกว่าหนังพอดูได้ เพราะในแง่หนึ่งโปรดักชันของหนังนั้นทำได้ไม่แย่เลย

แต่ถ้าถามว่าหนังเรื่องนี้ช่วยลบคำครหาว่า เน็ตฟลิกซ์ออริจินัลขาดแคลนหนังสยองขวัญดี ๆ ได้ไหม ก็คงบอกว่ายังไม่ช่วย เหมือนน้ำตาลช้อนเดียวไม่ได้เปลี่ยนน้ำทะเลได้ฉันใดก็ฉันนั้น แต่นาน ๆ เจอน้ำตาลรสชาติดีกว่ามาตรฐานน้ำทะเล เราก็อยากแนะนำให้ชิมอยู่เหมือนกัน

beartai

แนะนำการ หารายได้เสริม เพียงสมัครเล่น sagame66 หรือ sa game 66 คาสิโนออนไลน์ เว็บแทงบอล ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ
มีบริการ แทงบอล ufabet ที่ทุกท่านสามารถ แทงบอลออนไลน์ แบบ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ เริ่มต้น แทงบอลขั้นต่ำ 10 บาท
รวมถึงบริการ แทงบอลสเต็บ 2 คู่ บาคาร่าออนไลน์ ufa777 บาคาร่า66 gclub และอื่นๆอีกมากมาย เริ่มต้น ฝากเงินครั้งแรกขั้นต่ำ 50 บาท เท่านั้น

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *